กับดักที่ผู้บริหารมักพบเจอในการทำ Digital Transformation: ทำไมจึงล้มเหลว?
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความเข้มข้น Digital Transformation กลายเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องทำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กร แต่ถึงแม้หลายบริษัทจะใช้เม็ดเงินจำนวนมากในการลงทุนด้านเทคโนโลยี ผู้บริหารหลายท่านยังคงพบว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนั้นเสี่ยงที่จะล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก ปัจจัยภายใน ทั้งสิ้น
บทความนี้ ASAP Project จะชวนทุกท่านมาเข้าใจ ปัจจัยที่ทำให้การทำ Digital Transformation นั้นล้มเหลว พร้อมกรณีศึกษาและวิธีป้องกันสำหรับผู้บริหารกันครับ
TYPE
Thoughts
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง: การก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัล
ย้อนกลับไปก่อนการแพร่ระบาดของโควิด หลายบริษัทอาจยังไม่เห็นความสำคัญของ Digital Transformation เท่าที่ควร แต่เมื่อวิกฤตมาถึง หลายองค์กรต้องรีบปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ การเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหันนี้เองที่ทำให้หลายองค์กรที่ยังขาดความพร้อม ผลลัพธ์จึงยังไม่ชัดเจนหรือประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง
ในประเทศไทย แต่ละองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเราจะมาวิเคราะห์กันครับว่าพวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง
ความท้าทายสำคัญของ Digital Transformation
1. การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ
60% ขององค์กรระบุว่า ปัญหาที่ชัดเจนที่สุดคือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัล หลายองค์กรประสบปัญหาในการหาคนที่มีความรู้และทักษะเฉพาะทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแม้จะมีเทคโนโลยีที่ดี แต่หากไม่มีบุคลากรที่สามารถนำมาใช้ได้จริงก็ย่อมไม่เกิดผล
2. งบประมาณและทรัพยากรที่จำกัด
การจัดสรรงบประมาณได้ไม่เพียงพอเพื่อลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ หรือการพัฒนาทักษะของบุคลากร ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่สำคัญ ในปี 2023 นี้ มีองค์กรถึง 47% ที่ยังคงพบปัญหาด้านงบประมาณ ทำให้การปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลต้องล่าช้าออกไป
3. วัฒนธรรมดิจิทัลที่ยังไม่แข็งแรง
ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลยังเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมภายในองค์กร ด้วย ซึ่งมีถึง 57% ขององค์กรที่พบปัญหานี้ การที่วัฒนธรรมในองค์กรไม่ส่งเสริมให้ คนในองค์กรปรับตัวหรือยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ ก็ย่อมส่งผลให้การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ไร้ประสิทธิภาพเช่นกัน
4. ระบบข้อมูลที่ล้าหลัง (Legacy systems)
ปัญหาสุดท้ายคือ ระบบเก่าๆ ที่มีอยู่เดิมที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ๆได้ และผู้บริหารเองก็ไม่สามารถตัดสินใจที่จะลดบทบาทหรือยุติการใช้งาน โดย 42% ขององค์กรที่ประสบปัญหานี้ เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการอัพเกรดหรือการเปลี่ยนแปลง
ทำอย่างไรให้ Digital Transformation ประสบความสำเร็จ?
การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
บทบาทของผู้นำ กลายเป็นหัวใจสำคัญในการนำพาองค์กรให้ผ่านพ้นความท้าทายเหล่านี้ได้สำเร็จ
ผู้นำองค์กรต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการเข้าใจสภาพแวดล้อม มองหาโอกาสอยู่เสมอ และตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร การทำ Digital Transformation ที่แท้จริงนั้นไม่ใช่แค่การนำเครื่องมือหรือแพลตฟอร์มใหม่มาใช้ แต่รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
💡 4 กลยุทธ์ที่แนะนำสำหรับความสำเร็จใน Digital Transformation
[1] ความสำเร็จที่เริ่มจากเป้าหมาย
การตั้งเป้าหมายในการทำ Digital Transformation ควรเริ่มจากการประเมินระดับความกระหายขององค์กร (Appetite) การเริ่มต้นที่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการข้อมูลในหน่วยงาน หรือขั้นตอนงานเล็กๆ อาจเพียงพอในบางกรณี แต่เมื่อองค์กรต้องการเติบโตมากขึ้น ควรขยับไปใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่มีความซับซ้อนและศักยภาพมากขึ้น เช่น CDP, ERP, WMS, Production Planning และในที่สุด หากต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มรูปแบบ ก็คือการนำเทคโนโลยีมาปฏิวัติธุรกิจทั้งหมด และสร้างระบบงานที่สามารถทำงานร่วมกันได้ทั้งหมด (Fully-Integrated) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด
กรณีศึกษา
ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เป็นตัวอย่างของการทำ Digital Transformation ที่ประสบความสำเร็จ โดยเริ่มต้นจากการก่อตั้ง “KBTG” (KASIKORN Business-Technology Group) ในปี 2016 เพื่อเป็นหัวหอกในการพัฒนา Digital Innovation ต่างๆ KBTG ใช้ข้อมูลและ AI เพื่อปรับปรุงบริการของธนาคาร ให้สะดวกสบายต่อผู้ใช้บริการอยู่เสมอ เช่น การชำระเงินดิจิทัลและการขอสินเชื่อ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่โดดเด่น อย่าง “K PLUS” และ “LINE BK” ซึ่งช่วยให้ธนาคารเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก และขยายตลาดใหม่เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัล
[2] การลงทุนในบุคลากร:
การลงทุนไม่ควรจำกัดเพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ยังควรรวมถึงการพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีความยั่งยืนในระยะยาว
กรณีศึกษา
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ “AWC” ได้นำ AI และเทคโนโลยี Data Lake มาพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดซื้อจัดจ้างที่ช่วย เพิ่ม ประสิทธิภาพในการดำเนินงานของโรงแรมทั้ง 19 แห่ง แพลตฟอร์มนี้ช่วยคาดการณ์ (Demand Forecast) เพิ่มโอกาสในการประหยัดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัวในการเจรจากับซัพพลายเออร์และการจัดการสัญญา ส่งผลให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้นและสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมการบริการ
[3] การสื่อสารที่ชัดเจนและการมีส่วนร่วมของพนักงาน
ผู้นำองค์กรควรสื่อสารเป้าหมายและกลยุทธ์การทำ Digital Transformation ให้ชัดเจนกับทุกระดับขององค์กร การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมจากพนักงานจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลเป็นไปอย่างราบรื่น
กรณีศึกษา
บริษัทชั้นนำอย่าง “SCB X” ซึ่ง ซึ่งผันตัวเองจากการเป็นธนาคารดั้งเดิมมาเข้าสู่ธุรกิจดิจิตอล ตระหนักถึงปัญหานี้ดี และได้ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะบุคลากรให้พร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น Employee AI-Literacy Program และการจัดงาน “Internal AI Hackathon” โดยเริ่มต้นจากการสร้างความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีต่างประเทศเพื่อให้พนักงานได้รับการฝึกอบรมและมีความเชี่ยวชาญมากขึ้น นี่เป็นหนึ่งในกรณีที่แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในคนเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ
[4] การวัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง
Digital Transformation ไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องมีการประเมินผลลัพธ์และปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องและสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สรุป: ก้าวข้ามกับดักและก้าวสู่ความสำเร็จในการทำ Digital Transformation
เอาละครับถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็น่าจะเข้าใจแล้วว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation มีอุปสรรคที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่
การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัล - องค์กรหาคนที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีได้ยาก ทำให้การเปลี่ยนแปลงไม่ราบรื่น
งบประมาณและทรัพยากรจำกัด - ขาดงบในการลงทุนเทคโนโลยีใหม่และพัฒนาทักษะบุคลากร
วัฒนธรรมดิจิทัลไม่แข็งแรง - องค์กรไม่ส่งเสริมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี
ระบบข้อมูลล้าหลัง - ระบบเก่าไม่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ ขัดขวางการอัพเกรด
แต่หากคุณสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้สำเร็จ จะเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างแน่นอนครับ โดยอาจจะลองพิจารณา 4 กลยุทธ์นี้กันก่อน:
ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน - เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ และขยายไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและระบบที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์
ลงทุนในบุคลากร - พัฒนาทักษะพนักงานให้ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อความยั่งยืนระยะยาว
การสื่อสารที่ชัดเจน - ผู้นำต้องสื่อสารเป้าหมายและสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานเพื่อเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่น
การวัดผลและปรับปรุง - ประเมินและปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสามารถในการแข่งขัน
สุดท้ายนี้เราขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการทุกท่านเพื่อข้ามผ่านการทำ Digital Transformation ไป สู่ความสำเร็จได้นะครับ
ASAP Project เป็นที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี



