MRP คืออะไร? เครื่องมือวางแผนวัตถุดิบที่ธุรกิจผลิตไม่ควรพลาด!

อย่างที่ทุกท่านที่อยู่ในประเภทธุรกิจผลิตคงทราบดีอยู่แล้ว การวางแผนจัดซื้อและการใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิต เป็นขั้นตอนสำคัญ ช่วยให้สามารถผลิตได้ตามเป้า Demand ที่วางไว้ และเก็บต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมได้

แน่นอนว่า ขั้นตอนนี้จะเริ่มซับซ้อนขึ้น เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว และ Excel อาจจะเอาไม่อยู่แล้ว วันนี้ Toolscape จะพามารู้จักกับประเภทซอฟต์แวร์ “MRP” ที่เอาไว้จัดการ “การวางแผนวัตถุดิบเพื่อการผลิต” กันครับ

TYPE

Solution Guide

TOOL

MRP (Material Requirements Planning)

✅ ย่อมาจากอะไร?

MRP ย่อมาจาก "Material Requirements Planning" ซึ่งหากเราแปลตามตัวแล้วก็คือ ซอฟต์แวร์ วางแผนความต้องการวัตถุดิบ ซึ่ง MRP ก็มักจะเป็นเป็นซอฟต์แวร์เฉพาะทางตัวแรกๆ ที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตต้องหามาใช้งาน รองจากซอฟต์แวร์หลักอย่าง ERP


✅ ใช้ทำอะไร?

MRP ถูกใช้ในการวางแผนการซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้า โดยระบบจะตรวจสอบความต้องการวัตถุดิบจาก

  1. ออเดอร์การขาย ในกรณีที่เราต้องการจะผลิตสินค้าเพื่อ Made to order ว่ามีการขายสินค้ารายการไหนไปบ้างที่จะต้องทำการซื้อสินค้ารายการนั้นๆ หรือ วัตถุดิบในการผลิตสินค้ารายการนั้นๆให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อ

  2. ออเดอร์การสั่งผลิต ในกรณีที่เราต้องการจะผลิตสินค้าเพื่อ Made to stock และทราบจำนวนแน่ชัดแล้วว่า จะผลิตสินค้าตัวใดเท่าไหร่ตามที่ได้มีการ Forcast Demand ของสินค้าตัวนั้นๆ ให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า 

  3. คลังสินค้าคงเหลือ เพราะการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาใหม่ทั้งหมด โดยไม่ตรวจสอบ สินค้าหรือ วัตถุดิบคงเหลือในคลังก่อน ก็คงจะฟังดูไม่สมเหตสมผลใช่ไหมล่ะครับ 

โดยเราจะใช้การตั้งค่าจุด Replenishment Point หรือ  Min - Max Stock หรือ ระดับสูงสุด - ต่ำสุด เพื่อให้ตัว MRP ทราบว่าถ้าสินค้า A ถึงระดับ Replenishment Point แล้วให้ MRP ทำการคำนวณว่าต้องสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มเท่าไหร่ ให้เท่ากับระดับสูงสุด หรือ Max นั่นเอง

ซึ่งการใช้ MRP จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่าต้องซื้อสินค้าอะไรเข้ามาเพิ่มบ้าง มากน้อยแค่ไหน ไมให้เราต้องเกิดการต้นทุมจมหายไปกับ Stock วัตถุดิบที่เก็บไว้มากเกินไป และ ช่วยแบ่งเบาภาระทีมงาน ที่ไม่ต้องมานั่งเช็คทีละรายการสินค้า ซึ่งเป็นงานที่ทำได้ไม่ง่ายเลย

✅ ประเภทย่อยๆ

MRP มี 2 ประเภท ได้แก่ MRP I และ MRP II โดย 

  • MRP I หรือที่รู้จักกันในนาม "Material Requirements Planning" ใช้ข้อมูลจากวางแผนวัตถุดิบจาก คลังสินค้า และออเดอร์การผลิต (Manufacturing Order) โดยคำนวนผ่านสูตรการผลิต หรือ BOM (Bill of Material) เป็นหลัก

  • MRP II หรือที่รู้จักกันในนาม "Manufacturing Resources Planning" จะคล้ายกับ MRP I แต่ว่าจะเพิ่มความสามารถในส่วนของการ Forcast Demand ของสินค้าตัวนั้นๆ และ บางตัวก็มีความสามารถในการนำ Capacity หรือกำลังการผลิตของเครื่องจักรเข้ามาเป็นหนึ่งในปัจจัยการคำนวนได้อีกด้วย

✅ เหมาะกับใคร?

MRP เหมาะสำหรับ

  • ธุรกิจที่มีการผลิตในปริมาณมาก โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีขั้นตอนการผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อนจนการประเมินรายการวัตถุดิบที่ต้องซื้อด้วยวิธีแมนนวลเอาไม่อยู่แล้ว เช่น ธุรกิจ ผลิตอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่ ธุรกิจผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าอีเลกทรอนิค ธุรกิจชิ้นส่วนเครื่องจักรต่างๆ

  • อย่างไรก็ตาม ธุรกิจซื้อมาขายไปที่มีอัตราการหมุนเวียนสินค้าสูงมากๆ จนไม่สามารถให้พนักงานประเมินด้วยวิธี Manual เองได้ บางรายก็มีการนำ MRP เข้ามาใช้ในการวางแผนการซื้อสินค้าเข้ามาเติมสต็อคด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่า ไม่ต้องมีการคำนวนด้วยสูตรการผลิตเท่านั้นเอง

✅ ตัวอย่างโซลูชัน MRP

ผู้ให้บริการ MRP อาจจะมีอยู่สองรูปแบบด้วยกันคือ

1) MRP เฉพาะทาง เช่น

  • Fishbowl

  • MRPEasy

  • Katana

2) MRP ที่เป็น Module ใน ERP ขนาดใหญ่

ที่รู้จักกันดีอย่าง

  • Infor

  • Oracle

  • SAP

  • Microsoft

  • Acumatica

  • และ Epicor

    เป็นต้น 

ASAP Project เป็นที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี

Ready to stop guessing and start moving?

Join 100+ satisfied companies across Thailand & Asia who've accelerated growth and streamlined operations with our expert guidance.

© 2026 by ASAP Project Co., Ltd.

© 2026 by ASAP Project Co., Ltd.

1448/18 Soi Ladprao 87 (Chandrasuk),
Klongchan, Bangkapi, Bangkok, 10240

© 2026 by ASAP Project Co., Ltd.