วิธีเลือก POS ให้เหมาะกับร้านอาหารฉบับย่อ!
หากเรามองไปรอบๆ ก็จะเห็นร้านอาหาร และคาเฟ่เปิดใหม่กันเรื่อยๆ ทีเดียว ASAP Project เลยอยากจะหยิบประเด็นเรื่องของระบบขายหน้าร้านหรือ Point of Sales (POS) มาเล่าให้ฟังสำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังคิดจะเปิดร้านเป็นของตนเองในอนาคต ว่าจะต้องเลือกยังไงให้เหมาะกับธุรกิจในช่วงเวลานั้นๆ
TYPE
Solution Guide
TOOL
Point of Sale (POS)
ประเภทของ POS
เริ่มแรก เรามาแบ่งประเภทระบบหน้าร้านกันก่อน โดยขอแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่
POS แบบพื้นฐาน
POS ขั้นสูง (Advance)
✅ ระบบ POS แบบพื้นฐาน
มักจะมีขนาดเล็กมักจะมีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย เป็น web-based และ mobile application ใช้งานได้ทุกที่ บนหลายแพลตฟอร์ม บางแบรนด์สามารถใช้งานบน Tablet ได้อีกด้วย
โดยทั่วไป POS แบบพื้นฐานจะเน้นฟีเจอร์ในการรับออเดอร์ และขายหน้าร้าน เหมาะกับธุรกิจรีเทลหรือคาเฟ่ขายสินค้าที่รับมาเป็นชิ้นๆ ที่ไม่ได้มีเมนูที่ต้องปรุงแบบซับซ้อน อาจไม่เหมาะกับธุรกิจร้านอาหารที่มีเมนูที่ต้องปรุงด้วยวัตถุดิบหลากหลาย หรือสั่งทำจากครัวกลาง
ส่วนมาก จะไม่ได้ทำเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ (หากต้องการต้องไปคุยเป็นกรณีๆ ไป) ระบบสต็อกไม่ได้ซับซ้อนไม่ได้มีสาขามากมาย และไม่ได้ทำโปรโมชั่นที่ซับซ้อน อาจจะมีหรือไม่มีระบบสมาชิกในตัว รายงานที่ได้มักจะเป็นแบบ Raw data หรือเป็นข้อมูลดิบ ไม่ได้มีตัวเลือกให้กรองข้อมูลมาก ส่วนใหญ่เน้นให้ผู้ใช้งาน export ออกมาเป็น excel หรือ csv แล้วมาทำข้อมูลตามที่ต้องการเองอีกที
✅ ระบบ POS แบบขั้นสูง
จะมีหลายโมดูลมากกว่าจะมีหลายโมดูลมากกว่า แต่บางแบรนด์อาจจะไม่ได้เป็น web หรือ mobile application ทั้งหมด รองรับธุรกิจร้านอาหารหรือรีเทล ที่มีสาขามากมาย มีครัวกลางผลิตอาหาร มีหลายคลังในแต่ละสาขา
นอกจากรับออเดอร์และทำการขายแล้ว POS ขั้นสูงจะสามารถบริหารในส่วนของการออกใบคิวของออเดอร์ในครัว การบริหารโต๊ะและที่นั่งในร้าน การทำโปรโมชั่นแบบซับซ้อน สร้างเงื่อนไขเองได้ บริหารสต็อกในตัวบางส่วน การสั่งซื้อวัตถุดิบ และการบริหารฐานลูกค้า อาจจะมีหรือไม่มีการจัดการเรื่องสมาชิก
สำหรับเรื่องสต็อก POS ขั้นสูงจะสามารถรองรับสินค้าที่มีสูตรการผลิต หรือ Bill of Materials (BOM)ได้ (แต่จะไม่ได้ลึกถึงระดับการคำนวณหาต้นทุนที่ชัดเจนของสินค้า) และที่สำคัญ คือจะเปิดเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านอย่างโปรแกรมบัญชีหรือ ERP ได้อีกด้วย
(หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นอ้างอิงระบบ POS ในประเทศเป็นหลัก)
ข้อพิจารณาการเลือก POS
การเลือกระบบหน้าร้านนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกตัวที่มีฟีเจอร์มากที่สุด เพราะยิ่งฟีเจอร์มากและซับซ้อนมากเท่าไหร่ ก็จะต้องลงทุนมากขึ้นเท่านั้นทั้งเรื่องเงิน เวลา และทรัพยากรบุคคลที่ต้องเรียนรู้การใช้งาน ทางที่ดี ควรจะพิจารณาถึงข้อต่อไปนี้ก่อน
ลักษณะธุรกิจว่าเป็นคาเฟ่เล็กๆ หรือเป็นร้านอาหาร มีหลายสาขาหรือไม่ หรือครัวกลางหรือไม่ มีการทำโปรโมชั่นซับซ้อนหรือไม่ เป็นต้น
อายุของธุรกิจว่าเพิ่งเริ่มเปิดหรือไม่ ควรจะลงทุนแล้วหรือยัง หรือทำมาได้ 2-3 ปีแล้วและมีแนวโน้มที่จะขยายต่อไปอีก
ระบบหลังบ้านว่ามีอยู่แล้วหรือไม่ หากใช้อยู่แล้ว ใช้เป็นโปรแกรมบัญชีตัวเล็ก หรือใช้ระบบ ERP แล้วระบบเหล่านั้นเปิดเชื่อมต่อกับระบบ POS หรือไม่
สินค้าที่ขายว่าเป็นการซื้อมาขายไปเป็นราย Item หรือเป็นการผลิตเอง แล้วนำมาขาย หากเป็นกรณีหลัง ต้องการจับต้นทุนละเอียดมากเพียงใด เป็นต้น
แต่ไม่ว่าจะเป็น POS ขนาดเล็กหรือใหญ่ การเริ่มมีระบบไว้ก่อนก็ย่อมดีกว่าไม่มีระบบเลยแน่นอน พิจารณาปัจจัยการลงทุนในระบบให้เหมาะสมกับขนาดและอัตราการเติบโตของธุรกิจไว้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายจะเหมาะสมที่สุด
ASAP Project เป็นที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
#POS



