สำรวจเทรนด์และสถิติสำคัญในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
ร้านอาหารในปัจจุบันกำลังปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเทคโนโลยีและออโตเมชั่นเข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังมีคำถามใหญ่ที่หลายคนต้องคิด เช่น ควรเริ่มต้นตรงไหน และจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะร้านที่เน้นการบริการที่ใกล้ชิดกับลูกค้า มีความกังวลว่าการใช้เทคโนโลยีอาจทำให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ที่ทำให้ร้านของตนเองแตกต่างออกไป ทำให้หลายคนยังลังเลที่จะเริ่มต้นการทรานส์ฟอร์ม (DX)
ในบทความนี้ เราจะมาแชร์ข้อมูลสถิติและเทรนด์จากผู้นำในอุตสาหกรรม F&B ทั่วโลก เพื่อช่วยให้เข้าใจว่าพวกเขาตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร และมองเห็นผลกระทบจาก DX อย่างไรบ้าง
TYPE
Thoughts
เทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่สำคัญเกี่ยวกับร้านอาหาร
จากหลายๆ ที่มาของข้อมูล ASAP Project ได้รวบรวมเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารสำหรับปี 2024-2025 ได้ดังนี้

การจองร้านอาหารและต่อคิวผ่านช่องทางออนไลน์: การวางระบบแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชั่นสำหรับการจองร้านอาหาร การต่อคิว และการอัพเดทจำนวนโต๊ะว่างแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า
การชำระเงินแบบไร้เงินสด: การใช้การชำระเงินด้วย QR Code และดิจิทัลวอเล็ต เพื่อลดระยะเวลาการจ่ายเงิน เพิ่มความรวดเร็ว เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและลดการสัมผัสระหว่างบุคคล
ตู้ Kiosks สำหรับสั่งอาหารด้วยตนเอง และเครื่องมือในการสั่งอาหาร: การใช้ระบบ Kiosks สำหรับสั่งอาหารด้วยตนเอง ให้ลูกค้าสามารถเลือกเมนูต่างๆ ได้ตามใจ และลดการสั่งอาหารโดยผ่านพนักงาน
การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าด้วย AI: การใช้ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าเพื่อแนะนำเมนูหรืออาหารที่ตรงกับความต้องการ
การจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติ: การใช้ระบบในการจัดการและติดตามคลังสินค้าแบบเรียลไทม์ที่ใช้ AI และ IoT เพื่อช่วยให้ร้านอาหารคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า ลดการสูญเสียอาหาร และเพิ่มประสิทธิภาพของเมนูต่างๆ
IoT อุปกรณ์อัจฉริยะ และหุ่นยนต์:
ใช้อุปกรณ์ที่รองรับ IoT เพื่อช่วยตรวจสอบอุปกรณ์ในครัว: ทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร
การทำงานด้วยหุ่นยนต์: ใช้หุ่นยนต์ในงานบริการต่างๆ เช่น เตรียมอาหาร แกะสลัก เสิร์ฟอาหาร เพื่อเพิ่มความเร็วในการบริการและเพื่อรักษาความสม่ำเสมอของคุณภาพอาหาร
ตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
มาดูสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทรานส์ฟอร์มในธุรกิจ F&B โดยแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้

นวัตกรรมเพื่อพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า
แพลตฟอร์มส่งอาหารครองตลาด แต่ความสัมพันธ์ทางตรงกับลูกค้ายังต้องพัฒนา 77% ของร้านอาหารใช้แพลตฟอร์มสำหรับส่งอาหาร แต่มีเพียง 8% ที่เชื่อมระบบ loyalty programs เข้ากับแพลตฟอร์มส่งอาหาร [ที่มา]
เทคโนโลยีที่ทำให้การทานอาหารร่วมกันเป็นเรื่องง่ายขึ้น มีร้านอาหารเพียง 13% ที่ใช้เครื่องมือดิจิตัลมาอำนวยความสะดวกในการทานอาหารแบบกลุ่ม เช่น เครื่องมือในการหารแยกบิล และการสั่งอาหาร [ที่มา]
การลดขั้นตอนการทำงาน
นวัตกรรมในกลยุทธ์การดำเนินงาน 57% ของร้านอาหารสามารถจัดการคำสั่งซื้อได้หลากหลายรูปแบบ แต่การเชื่อมต่อระหว่างระบบภายในร้านและออนไลน์ยังอยู่ที่ 38% [ที่มา]
ประสิทธิภาพของระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ 96% ของร้านอาหารใช้เครื่องมืออัตโนมัติในการจัดการระบบหลังบ้าน เช่น การจัดการคลังสินค้า การเตรียมอาหาร การตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร และความสามารถในการรับออเดอร์ รวมถึงงานด้านการบริหารต่างๆ เช่น การบริหารจัดการพนักงาน และการวิเคราะห์ผลการดำเนินการ เพื่อทำให้การจัดการระบบต่างๆ ในร้านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น [ที่มา]
เทคโนโลยีแบบครบวงจรและการบริการที่รวดเร็ว 38% ของร้านอาหารนำระบบ POS มาใช้ในการจัดการออเดอร์ทั้งจากหน้าร้านและออนไลน์ [ที่มา]

การปรับใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI 95% ของร้านอาหารใช้ AI เพื่อช่วยจัดการคลังสินค้า การปรับเมนูอาหารให้ตรงกับความต้องการ การจองโต๊ะ และการใช้ AI ในรูปแบบอื่นๆ [ที่มา]
การทดลองทำ Prototype เพื่อทดลองใช้งานแบบนำร่อง และการใช้ AI 79% ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการทดลองทำ Prototype เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ความพึงพอใจต่อโครงสร้าง พื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมยังมีเพียง 22% [ที่มา]
วางแผนจะลงทุนในระบบที่มี AI 41% ของร้านอาหารมีแผนที่จะลงทุนในการใช้ AI เพื่อช่วยวางแผนและคำนวณยอดขายและการจัดการงานต่างๆ ในปี 2024 [ที่มา]
เพิ่มประสิทธิภาพผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ 77% ของร้านอาหารใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น IoT และหุ่นยนต์ [ที่มา]
สถิติในการทำทรานส์ฟอร์เมชันในองค์กร F&B
[1] การ Automate กระบวนต่างๆ ในองค์กร
ร้านอาหารส่วนใหญ่ให้ความเห็นในทางบวกกับการใช้เครื่องมือเพื่อ Automate ขั้นตอนการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของการจัดการพนักงานหน้าร้านและพัฒนาประสบการณ์สำหรับลูกค้าทั้งในร้านและออนไลน์ [ที่มา]

หากดูจากในภาพจะเห็นว่า
(1) การใช้เครื่องมือไม่ได้ถูกมองว่ายุ่งยากสำหรับพนักงาน และไม่ได้ส่งผลกระทบในด้านลบต่อคุณภาพการทำงาน และยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ในที่สุด
(2) สามอันดับแรกในการทำ Automation เป็นเรื่องการจัดการพนักงานในร้าน และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าทั้งในร้านและออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนที่ระบบการจอง, POS, และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับ Loyalty รองรับได้
(3) ในอันดับถัดมา กว่าครึ่งให้ความสำคัญกับการจัดการออเดอร์ และสต็อกสินค้าคงคลัง ซึ่งเป็นขอบเขตที่ระบบอย่าง ERP และ POS รองรับร่วมกัน
[2] ระบบที่มุ่งทรานส์ฟอร์ม
ร้านอาหารมากกว่าครึ่งมุ่งเห็นไปยังระบบ POS และระบบ Loyalty ในการทรานส์ฟอร์ม โดยกว่า 60% อยู่ในกระบวนการทรานส์ฟอร์ม [ที่มา]

จากในภาพจะเห็นว่า
(1) มากกว่า 50% พิจารณาที่จะ ทรานส์ฟอร์มช่องทางในการรับ ออเดอร์ และลงทุนในเทคโนโลยีของระบบ POS
(2) 67% กำลังมองหาระบบ Loyalty และสมาชิกเพื่อเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ
(3) กว่า 60% กำลังอยู่ในระหว่าง การทรานส์ฟอร์มหรือ กำลังจะเสร็จสิ้นหรือทำการทรานส์ฟอร์มเสร็จสิ้นแล้ว
[3] ส่วนงานในองค์กรที่มุ่งทรานส์ฟอร์ม
บัญชี การเงิน จัดซื้อและ Supply Chain เป็นส่วนงานหลังบ้านที่ร้านอาหารกำลังทรานส์ฟอร์มมากที่สุด โดย 74% ทำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และกว่า 85% กำลังอยู่ในกระบวนการทรานส์ฟอร์มระบบหลังบ้าน [ที่มา]

จากในภาพจะเห็นว่า
(1) 3 อันดับแรกในการทรานส์ฟอร์มอยู่ในส่วนของ บัญชี การเงิน จัดซื้อและ Supply Chain
(2) 74% ทรานส์ฟอร์มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
(3) 85% กำลังวางแผนในการ ทรานส์ฟอร์มด้านระบบหลังบ้านกำลังทำอยู่ หรือทำเสร็จไปแล้ว
[4] ผลประโยชน์จากการทรานส์ฟอร์ม
การจัดการ Operation และการขาย เป็นส่วนงานที่ถูกทรานส์ฟอร์มมากที่สุดถึง 40% โดยประสิทธิภาพในการทำงานและการลดต้นทุนเป็นผลประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากการทรานส์ฟอร์ม โดยพัฒนาได้มากกว่าเดิมถึง 20% [ที่มา]

จากในภาพจะเห็นว่า
(1) ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมองว่า งาน Operation และการขาย เป็นส่วนงานที่กำลังถูกทรานส์ฟอร์มมากที่สุด
(2) ประโยชน์ที่ธุรกิจได้จากการทรานส์ฟอร์มมากที่สุดอยู่ที่ประสิทธิภาพการทำงานที่ได้เพิ่มขึ้นและการลดต้นทุน โดยเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่า 20% เทียบกับก่อนทรานส์ฟอร์ม
สรุปเทรนด์ที่เห็นได้ชัด
จากเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่เราสรุปมาให้แล้วเบื้องต้น จะเห็นว่าเทรนด์ที่ได้รับการนำไปทรานส์ฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด ได้แก่
[1] การจัดการคลังสินค้า
จากสถิติที่เห็นได้ชัดว่าส่วนงานอย่างจัดซื้อและ Supply Chain เป็นส่วนที่ได้รับความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการทรานส์ฟอร์ม โดยพื้นฐานมาจากการมีระบบ POS และ ERP ที่ดี รองรับรูปแบบและประเภทของสินค้าและอาหารที่ขาย และมีการเชื่อมต่อที่ Seamless และ Real-time มากพอ
ต่อยอดจากพื้นฐานตรงนี้ คือการนำเอา AI เข้ามาช่วย "คาดการณ์" การสั่งซื้อ หรือแจ้งเตือนในกรณีที่มีความเสี่ยงด้านสต็อก
[2] การสั่งอาหารแบบ Self-Service และช่องทางรับออเดอร์
เห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ กับการติดตั้งตู้ Kiosk หน้าร้านหรือ Tablet บนโต๊ะ เพื่อให้ลูกค้าสั่งอาหารได้เอง และออเดอร์จะวิ่งเข้าครัวไปทันที ตลอดจนทำการจ่ายเงินก่อนกิน วัฒนธรรม Self-Service นี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศที่ค่าแรงสูง เช่น ในอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น ที่เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
ช่องทางในการรับออเดอร์เอง ก็มีความหลากหลายมากขึ้น แต่มีความท้าทายในการรวมออเดอร์เข้ามาที่ศูนย์กลาง โดยเฉพาะหากมีช่องทางขายออนไลน์หลายช่องทาง ในไทยเอง ร้านที่ขายผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Grab, Line Man, Food Panda ก็ต้องคิดกลยุทธ์ในการรวบรวมออเดอร์มาไว้ที่เดียว และหาทางเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า
[3] การจองร้านอาหาร
อีกเทรนด์ที่เห็นว่ามีผลต่อยอดขาย คือการจอง หากจองง่าย คอนเฟิร์มเร็ว ก็จะทำให้คาดการณ์ Demand ได้ชัด และเพิ่มยอดขายได้ในที่สุด ความท้าทายของร้านอาหาร คือการทำให้ลูกค้าเข้าถึงแพลตฟอร์มการจองที่ง่าย สะดวก และเชื่อมต่อกับระบบ POS เป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้ทราบได้ทันทีเมื่อเปิดบิลว่าเป็นคิวไหนที่จองมา และช่วยให้มีการจัดโต๊ะล่วงหน้าได้สะดวกสำหรับกรณีที่เป็นร้าน Dine-In เป็นต้น
ASAP Project เป็นที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
#FoodandBeverage #IndustryTrend



