ระบบ จะให้ทำงานลดลงจริงไหม ?
พอเริ่มจะมีไอเดียอยากนำระบบเข้ามาใช้ หลายๆ คนก็อาจจะเจอ Challenge กลับมาจากพ่อแม่ว่า เอาเข้ามาแล้วจะลดงานได้จริงหรือไม่ จะลดต้นทุนได้จริงหรือไม่ วันนี้ Tech ที่บ้านอยากจะพามาหาคำตอบกัน
TYPE
ASAP Project X ทำที่บ้าน
✅ ประเภทของ “งาน” ที่จะ “ลดลง” จากการมีระบบ
ถ้าถามว่า 'ระบบ' จะช่วยลดงาน ลดต้นทุนได้จริงหรือไม่ คำตอบโดยทั่วไปแล้ว คือ งานจะ “ลดลง”
แต่เราต้องมาพูดถึงคำว่า “งาน” ว่าเป็นงานแบบใด
ส่วน “ต้นทุน” ที่จะลดลง คือต้นทุนต่อชั่วโมงงานของบุคลากรของเราที่จะสามารถประหยัดไปทำอย่างอื่นได้ แทนที่จะทำงานที่สามารถถูกทดแทนด้วยระบบได้
หมายเหตุตรงนี้ก่อนนะ ว่านี่เป็นคำตอบตามหลักการ ในเงื่อนไขที่ว่า เราได้ระบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราจริงๆ (มีบางกรณีที่เราอาจจะต้องยอมทำงานแบบ Manual ต่อไปเพราะสู้งบของระบบไม่ไหว ก็อาจต้องพยายามประนีประนอม หา Workflow มารองรับกันต่อไป)
ประเภทของ “งาน” ที่จะ “ลดลง” จากการมีระบบงานคำนวณหรือการเก็บฐานข้อมูลใน Excel เช่น การคำนวณสินค้าที่ต้องสั่งซื้อ การติดตามสถานะ SO/PO การวางแผนส่งสินค้า ฐานข้อมูลลูกค้า หรือฐานข้อมูลสินทรัพย์ เป็นต้น
ฟอร์มกระดาษการอนุมัติต่างๆ และกระบวนการเดินวนขอลายเซ็น
รายงานที่ต้องดึงมาจากหลากหลายที่ และทำได้จาก Excel ของคนใดคนหนึ่งที่รู้วิธีการทำ Data
การเก็บประวัติของข้อมูลในอดีต และการเอาเอกสารเข้าแฟ้ม เช่น เอกสารซื้อขาย ใบแจ้งหนี้ ฟอร์มอนุมัติฯ
การพิมพ์เอกสารออกมาเป็นกระดาษ เพื่อใช้นำเสนอกันและกัน และขอลายเซ็นเป็นหลักฐาน
การเข้าออฟฟิศมาเพื่อประชุม และฟังอัปเดตที่ไม่มีในระบบ เช่น การอัปเดตสถานะดีลลูกค้ากับฝ่ายขาย สถานะของโปรเจกต์ต่างๆ
ความวุ่นวายในการขออนุญาตเข้าถึงและให้สิทธิ์เข้าถึงไฟล์ต่างๆ และการเอาสิทธิ์นั้นออก
หลายๆ กระบวนการเหล่านี้สามารถเอาเข้ามาอยู่ในระบบแทน ด้วยการวางแผนการใช้ให้รอบคอบที่สุด
🗂️ งานที่อาจจะยัง “มีเหมือนเดิม” จากการมีระบบ
การตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูล แม้จะอยู่ในระบบแต่ก็ต้องตรวจสอบเหมือนเดิม
การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล แต่จะทำได้อย่างมีระบบมากขึ้น
การสร้างเอกสารและอัปเดตสถานะ แต่จะอยู่ในรูปแบบที่มาตรฐานและเก็บในที่เดียวกัน
การทำรายงาน แม้จะสามารถดึงหลายๆ รายงานจากระบบได้ แต่ก็ยังอาจจะต้องทำรายงานแบบ Manual ในกรณีที่มีโจทย์เฉพาะที่ระบบไม่ได้มีรายงานเตรียมไว้
การประชุม แม้จะดูข้อมูลจากระบบได้เลย แต่การประชุมแบบ Face-to-Face ก็ถือว่ายังสำคัญ
การตัดสินใจและอนุมัติ โดยจะทำในระบบแทนที่จะเป็นกระดาษ
📈 งานที่อาจจะ “เพิ่มขึ้น” จากการมีระบบ
สุดท้าย มาดูงานที่อาจจะ “เพิ่มขึ้น” จากการมีระบบ
การ Audit ตรวจสอบข้อมูล เนื่องจากมีระบบ จะต้องมีขั้นตอนการเข้าไปสุ่มดูข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือทำให้ตัวเลขไม่ถูกต้องด้วย
ขั้นตอนเพิ่มเติมในการทำงานบางอย่างในระบบ เช่น การใส่ข้อมูลจำเป็นในการสร้างรหัสลูกค้า การระบุ Cost center เวลาขอซื้อสินค้าบางอย่าง หรือการระบุก้อนงบประมาณและขออนุมัติใช้งบ เป็นต้น
การบริหารจัดการผู้ใช้งานระบบ (User Control)
การเก็บประวัติรายการปัญหาการใช้งานระบบ และสถานะการแก้ไข เพื่อคุยกับผู้ให้บริการ
การอบรมการใช้งานระบบให้ผู้ใช้งานใหม่ๆ
เพราะการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างมีผลกระทบทั้งด้านดีและด้านลบ เราจึงต้องประเมินและเตรียมขั้นตอนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้นไว้ก่อน แม้ว่าจะมีงานที่ยังมีเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนรูปแบบไป หรืองานที่เพิ่มขึ้น แต่งานที่ไม่สร้าง Value จะลดลง และทำให้เราเป็นอิสระจากการพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งในองค์กร ซึ่งจะทำให้เราเติบโตได้อย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
ถ้าเราวางแผนดีๆ ระบบของคุณจะกลายมาเป็นเหมือนกระดูกสันหลังที่จะช่วยให้ทีมงานทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นและมีหลักการอย่างยั่งยืนได้ในที่สุดครับ
หากคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ Digital Transformation และงานด้านอื่นๆ สามารถปรึกษา ASAP Project ได้ที่ hello@asapproject.co หรือ www.asapproject.co เพื่อคุยกันเบื้องต้นได้เลย!
#ทำที่บ้าน #digitaltransformation



