• Thiti Kunajipimol

The Future Isn’t Digital อนาคตไม่ใช่ดิจิตอล (จริงหรือ?)

(ถอดจาก Session ของ Neal Cross จากงาน Techsauce 2019!)

จริงอย่างที่เราเคยได้ยิน ว่าเราอาจจะพบกับความคิดดีๆ ในช่วงเวลาที่คาดไม่ถึง แค่ต้องเปิดหูเปิดตารอรับฟัง เช่นเดียวกันกับ Session ในงาน Techsauce 2019 ที่ผ่านมา ที่เราบังเอิญได้นั่งฟัง Neal Cross ซึ่งเป็น Speaker ที่ขึ้นเวทีต่อจากช่วงที่เราตั้งใจเข้าไปดู เพราะชื่อ Session ของ Neal ทำให้เรานั่งต่อจนจบอีกช่วงเลยทีเดียว

หัวข้อที่ว่า “The Future Isn’t Digital” หรือ “อนาคตของเราไม่ใช่ดิจิตอล” นั้น ทำให้เราสนใจอยากฟังต่อมาก ว่าคอนเท้นต์จะทวนกระแสขนาดไหน ท่ามกลางทุกอย่างที่ตะโกนว่า ดิจิตอล ในงานอย่าง Techsauce 2019


Neal Cross เป็น Co-founder และ chairman ของบริษัท PictureWealth มีประสบการณ์หลากหลายทั้งในกลุ่มคอร์เปอเรท และ startup ในธุรกิจเทคโนโลยี การเงิน และข้อมูล ล่าสุดมีตำแหน่งเป็น Chief Innovation Officer ของธนาคาร DBS และได้สร้างผลงานอย่างมากมาย นอกจากนี้ Neal ยังเป็นที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมให้กับแบรนด์ดังต่างๆ ทั่วโลก อีกด้วย


จริงๆ แล้ว เทคโนโลยีต่างๆในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกอย่างเกิดขึ้นนานแล้ว แค่มีประสิทธิภาพในการนำไปใช้งานต่อยอดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีโมเดลธุรกิจที่เข้ามารองรับและเติบโตได้ Neal ยกตัวอย่างของ Ai ที่เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 50 ปี แต่เพิ่งเริ่มจะมีการเอามาใช้ในภาคธุรกิจที่เล็กลง จับต้องได้ ใช้ประโยชน์ได้บ้างมากขึ้นเท่านั้น และ iPhone ที่ถึงแม้จะเรียกว่าเป็น “นวัตกรรม” แต่ก็คือการออกแบบมือถือในรูปแบบใหม่เท่านั้นเอง


แม้กระทั่ง ธุรกิจ Startup ที่เรียกตนเองว่าเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่ไม่มีสินค้าบริการเป็นของตนเอง ไม่ได้มีการสร้างอะไรที่จับต้องได้ และจะไม่ได้มีแนวโน้มว่ามาจะทำมาก่อน หรือเรียกได้ว่า ดิจิตอลได้อย่างเต็มตัว ในทุกวันนี้ ก็มีหลายบริษัทที่ได้เปลี่ยนโมเดลของตนเองไปแล้วอย่างสิ้นเชิง…


  • Uber เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนขับและผู้โดยสาร แต่รู้หรือไม่ว่า Uber ก็มีหน่วยรถเป็นของตนเองอย่างมากมาย แปลว่า Uber ก็เป็นบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง

  • Airbnb เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ กับผู้ที่ต้องการที่พัก แต่รู้หรือไม่ว่า Airbnb ได้เริ่มสร้างบ้านตัวอย่าง ใต้โปรเจ็คชื่อ “Backyard” เพื่อเปิดเช่าเปิดขายเป็นของตนเอง แปลว่า Airbnb ก็เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

  • Amazon เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ขายและผู้ซื้อที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกรายหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ก็เปิดหน้าร้าน Amazon go เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับสินค้าด้วยตนเอง แปลว่า Amazon ก็คือบริษัทที่ทำธุรกิจรีเทลนั่นเอง

  • หรือแม้แต่ Ant Financial เจ้าของแพลตฟอร์มการจ่ายเงินออนไลน์ชื่อดังอย่าง Alipay ที่เชื่อมต่อระหว่างสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ก็ขยับมาเป็นเจ้าของธนาคารด้วยตนเอง

สิ่งที่ Neal พยายามจะสื่อสารก็คือ แพลตฟอร์มดิจิตอลเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงพลัง และมันไม่ได้เป็นเส้นชัย เพราะจุดหมายที่แท้จริง คือการทำธุรกิจจริงๆ ที่ล้วนแล้วแต่ต้องเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์หรือสินค้าที่จับต้องได้ทั้งนั้น คำว่า “ดิจิตอล” จึงไม่ใช่อนาคตที่แท้จริง


หลายครั้งที่ Neal ได้พบกับ startup มากมายที่ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ถึงเป้าหมายสุดท้ายของธุรกิจ ถามกลุ่มที่ทำ blockchain ว่าเป็น startup เกี่ยวกับอะไร คำตอบก็คือทำ blockchain แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นรูปแบบของธุรกิจ หากแต่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ต่างหาก บางทีเราอาจจะหมกหมุ่นเกินไปกับ “เครื่องมือ” ที่ใช้ จนลืมไปว่า เราทำธุรกิจขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาอะไร ของใคร?


แพลตฟอร์มอย่าง Netflix หรือ iTunes ที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้เป็นเพราะ “เทคโนโลยี” หรือเครื่องมือที่ใช้ แต่เป็นเพราะ 2 ปัจจัย ได้แก่


1. พวกเขาเป็น “Distribution mobility provider” หรือผู้ให้บริการในการเผยแพร่ข้อมูลในหลากหลายช่องทางและ device ต่างๆ และเป็นผู้อำนวยความสะดวกและให้การเข้าถึง กับผู้บริโภคในวงกว้าง ในขณะที่ก็ยังคงมีผลตอบแทนให้กับเจ้าของคอนเท้นต์ได้อย่างเหมาะสม เพราะ...

2. พวกเขาประสบความสำเร็จในการทำ “Pricing innovation” โมเดลด้านการขายและราคา ที่คิดออกนอกกรอบเดิมๆ ขจัดกำแพงที่ทำให้คนกลุ่มที่ไม่เคยได้รับ “Access” ได้เข้าถึงคอนเท้นต์ ได้รับประโยชน์ และยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเต็มใจ


Neal ยังเตือนอีกว่า การที่องค์กรต่างๆ รีบเร่งตัวเองให้เข้าสู่การเป็น “Digital” โดยไม่แน่ใจว่าทำไปทำไม ทำเพื่อแก้อะไร ทำแล้ว จะเป็น “การแก้ปัญหาของลูกค้าของเรา” หรือไม่นั้น ไม่ใช่ “อนาคต” อย่างแน่นอน เพราะสาเหตุที่เราต้องรีบเร่งเพื่อจะเปลี่ยนองค์กรนั้น ไม่ได้มาจาก “เทคโนโลยี” แต่มาจาก “ลูกค้าที่ยังไม่พึงพอใจ” ต่างหาก

Technology มาจากภาษากรีก “techne” แปลว่า ศิลปะ งานฝีมือ หรือทักษะในการสรรค์สร้าง และ “logia” คือความเป็นเหตุเป็นผล แปลตรงตัวจริงๆ ก็คือ ศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์


อนาคตนั้นเป็นเรื่องของการผสมผสานระหว่างคนและเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่คำว่า “ดิจิตอล” ที่ไร้จุดหมาย ตราบใดที่โฟกัสของธุรกิจยังอยู่ที่ลูกค้า จงใช้ดิจิตอลเพื่อสร้างโซลูชั่นที่ดีขึ้น อย่าเพิ่งรีบปิดร้าน และทดแทนคนด้วย Ai ไปเสียหมด คิดให้ดีก่อน ว่าโซลูชั่นอะไรที่จำเป็นและจะพาธุรกิจของคุณไปในอนาคตที่ยั่งยืนได้