• Thiti Kunajipimol

10 จุดเด่นของ FoodStory” POS ที่ครบเครื่องทั้งฟีเจอร์และ Data การขาย

หลายๆท่านน่าจะรู้จักเจ้าระบบ #POS หรือ Point of Sales กันอยู่แล้วบ้างนะครับ หรืออย่างน้อยก็น่าจะเคยเห็นเจ้าเครื่องหน้าตาคล้ายๆคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ที่จุดคิดเงินเวลาที่เราซื้อสินค้า

วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ POS ของ #FoodStory ซึ่งนอกจากจะมาในรูปแบบของ iPad เล็กกระทัดรัดทันสมัยแล้ว ยังมาพร้อมฟีเจอร์จัดการร้านอาหารแบบครบเครื่อง แถมยังมีระบบ CRM สะสมแต้มในตัว


ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่ต้องการจะใช้ Data มาวิเคราะห์ Insight ต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจให้ได้เต็มที่ มารู้จัก “10 จุดเด่นของ FoodStory” POS ที่ครบเครื่องทั้งฟีเจอร์และ Data การขายกันเลยครับ



มาพบกับ 10 จุดเด่นของ FoodStory กันครับ

(อย่าลืมเลื่อนไปดูลิงค์ทดลองใช้และรับสิทธิพิิเศษจาก FoodStory กันนะครับ!)


1. ฟังก์ชั่นพื้นฐานทุกอย่างที่ร้านอาหารต้องการ

ไม่ว่าจะตั้งแต่การคีย์ขาย เปิดออเดอร์ การจัดการโต๊ะ การสร้างเมนู สูตรการผลิต การจัดการสต็อกจนไปถึงการสั่งซื้อวัตถุดิบ FoodStory สามารถทำให้คุณได้ทั้งสิ้น และด้วยรูปแบบการใช้งานที่ง่ายสุดๆบน iPad ที่แสดงผลรายการทุกอย่างได้ชัดเจน คุณจะสามารถสอนพนักงานใหม่ให้ใช้ได้เป็นในระยะเวลาอันสั้นแน่นอนครับ

2. จัดการโต๊ะแบบ Interactive Layout

คุณสามารถจัด Layout โต๊ะต่างๆ ตามรูปแบบร้านอาหารจริงได้เลยไม่ว่าจะมีกี่ชั้น กี่โต๊ะ เล็กใหญ่อย่างไร FoodStory สามารถจำลองผังร้านให้คุณได้เลย ทีนี้พนักงานของคุณก็สามารถเข้าใจได้ง่าย ลดโอกาสผิดพลาดในการเปิดออเดอร์ให้กับลูกค้า

ไม่ว่าจะเป็นการ Split Bill หรือ รวมโต๊ะ (Merge tables) FoodStory ก็สามารถจัดการให้คุณได้ทั้งสิ้น พร้อมทั้งการแสดงสัญลักษณ์สี ที่แสดงให้ทีมของคุณเห็นได้ชัดเจนว่า โต๊ะไหนได้รับรายการที่สั่งครบแล้วหรือยังไม่ครบ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะสามารถมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้นั่นเองครับ

3. ช่วย Staff เปิดขายจากมือถือ

นอกเหนือจากการคีย์ขายที่หน้าตัว POS แล้ว FoodStory ยังมีฟีเจอร์ Mobile Staff ให้พนักงานของคุณสามารถใช้ โทรศัพท์ Android ในการเดินไปรับออเดอร์ หรือให้บริการลูกค้าได้อย่างคล่องตัว ไม่ต้องใช้กระดาษจดอีกต่อไป

เพราะคุณจะสามารถ

  • สั่งอาหารให้กับลูกค้า

  • เช็ค Status ของอาหารที่สั่งไปแล้ว

  • สรุป Bill ให้กับลูกค้าพร้อมกับ

  • Gen QR Code สำหรับชำระเงินให้กับลูกค้าแสกนเลยก็ได้ด้วย

สะดวกสุดๆไปเลยใช่ไหมล่ะครับ

4. สั่งอาหารและขอรับบริการผ่าน QR code

นี่เป็นอีกฟีเจอร์นึงที่ได้รับความนิยมมากๆในช่วยโควิดที่ผ่านมา เมื่อคุณสามารถ Gen QR Code ไปแปะไว้ประจำโต๊ะ แล้วให้ลูกค้าของคุณแสกนและสั่งอาหารเข้ามาได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบาย และลดความผิดพลาดในการรับออเดอร์ได้ด้วย


นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถกดขอรับบริการจากพนักงานเพิ่มเติมได้ไม่ว่าจะเป็น การขอจานชามช้อนส้อมหรือเครื่องปรุง ขอสั่งอาหารเพิ่ม แม้กระทั่งเรียกเก็บเงิน ทั้งหมดนี้ก็จะช่วยลดปัญหาโต๊ะในมุมอับหรือห้องส่วนตัว ที่คุณกลัวว่าจะไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึงได้ดีทีเดียวครับ

5. รองรับออเดอร์สั่งอาหารออนไลน์ พร้อมแอปจัดการ Rider

FoodStory รองรับการเชื่อมต่อกับ Delivery Platform ยอดฮิตอย่าง LineMan ไว้แล้วในตัว ซึ่งนี่จะช่วยให้คุณสามารถรับ-ส่งออเดอร์ได้ในระบบเดียวสะดวกสบายสุดๆ


แต่ถ้าคุณคิดมาตลอดว่าอยากจะมีช่องทางการจำหน่ายอาหารแบบสั่งออนไลน์ของตัวเอง โดยไม่พึ่ง Delivery Platform แล้วล่ะก็ FoodStory ก็ทำให้คุณได้เช่นกันครับ โดยตัวระบบจะมี Link ที่ลูกค้าของคุณสามารถกดเข้ามาสั่งอาหารได้ จากนั้นตัวออเดอร์ก็จะวิ่งไปแจ้งที่ครัวเพื่อให้เตรียมอาหารไว้ให้พร้อมได้ทันที


แน่นอนว่า ถ้าคุณมี Fleet Rider ของตัวเอง FoodStory ก็เตรียม Application อีกตัวไว้ให้กับพวกเขาเข้ามารับออเดอร์ได้ตามเวลาที่กำหนด แต่ถ้าคุณไม่มี คุณก็ยังสามารถใช้ผู้ให้บริการขนส่งอย่าง Lalamove ได้เช่นกัน โดย FoodStory จะเตรียม Link ไว้ให้คุณนำไปวางตอนเปิดออเดอร์กับ Lalamove เพื่อประหยัดเวลาในการ key ข้อมูลต่างๆ และแน่นอนว่า ตัวลูกค้า ทางร้าน และ rider ก็จะได้รับการอัพเดทสถานะออเดอร์ไปพร้อมๆกันด้วยครับ

6. FoodStoryCRM ระบบสะสมแต้มพร้อม Transactional Data

ในเมื่อการหาลูกค้าใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การรักษาฐานลูกค้าเดิมก็เป็นสิ่งที่ร้านอาหารก็ต้องให้ความสำคัญ

FoodStory มี Function ใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า “FoodStoryCRM” ให้คุณสามารถสร้างกลยุทธ์การสะสมแต้มได้ในระบบนี้เลย คุณสามารถกำหนดกติกา Earn & Burn ต่างๆได้เอง ตลอดจนรูปแบบรางวัลที่ลูกค้าสามารถนำแต้มมาแลกใช้ได้

ทั้งหมดนี้มีเบื้องหลังเป็นเครื่องมือการวิเคราะห์ Insight ลูกค้าที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชิง Demographic การติด Tag และ สร้าง Segmentation เพื่อวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าต่างๆ ว่าใครคือกลุ่มที่สร้างรายได้ให้คุณมากที่สุด และคุณควรจะดูแลพวกเขาให้ดีเป็นพิเศษ รวมไปถึงฟังก์ชั่นการ Broadcast หรือ ประชาสัมพันธ์เรื่องโปรโมชั่นต่างๆกลับไปหาพวกเขาได้ในอนาคตอีกด้วย

7. ระบบจัดการรายการสินค้าและเมนูอาหารง่ายๆจากที่เดียว

นี่เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ผมคิดว่าร้านอาหารที่มีหลายสาขาต้องห้ามพลาด คือการที่คุณสามารถบริหารจัดการรายละเอียดหลังบ้านทุกๆอย่างได้จากที่เดียว ใช่ครับ…ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเมนูใหม่ ตั้งค่าสูตรการผลิต หรือสูตร BOM ว่าแต่ละเมนูต้องใช้วัตถุดิบอะไรมากน้อยแค่ไหน รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ได้จากที่เดียว คุณสามารถ สร้าง อัพเดท และ เปิด-ปิดทุกอย่างได้จากที่นี่ ไม่ต้องไปนั่งทำทีละสาขาๆอีกต่อไป แค่ใช้ฟีเจอร์นี้อย่างเดียว เจ้าของเครือร้านอาหารอย่างคุณก็สามารถประหยัดเวลาไปได้มากเลยครับ

8. จัดการสต็อกแบบ Advance

เพราะสต็อกเท่ากับต้นทุนของร้านอาหาร นอกเหนือจากการบริหารจัดการสต็อกโดยพื้นฐานทั่วไปแล้ว คุณยังสามารถตั้งค่า Min-Max หรือ Safty Stock ให้ระบบช่วยแจ้งเตือนเวลาวัตถุดิบเหลือน้อย และใกล้จะต้องสั่งเพิ่มในปริมาณที่เหมาะสมได้ด้วย

หากคุณเป็นร้านขนาดเล็ก FoodStory ก็มีฟังก์ชั่นสำหรับเติมสินค้าแบบง่ายๆ เหมือนทำงานกับ Excel แต่ถ้าคุณต้องการจัดการแบบเป็นกิจจะลักษณะมีเอกสารครบทุกขั้นตอนแล้วล่ะก็ FoodStory ก็สามารถออกเอกสาร PR, PO ร่วมกับฝ่ายจัดซื้อ รวมไปถึงเอกสาร Transfer Stock ระหว่างสาขาได้ด้วยเช่นกัน

9. รายงานการขายแบบแยกตาม Delivery Platform

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการขายผ่าน Delivery Platform นั้นแทบจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับธุรกิจร้านอาหารไปแล้ว ดังนั้น FoodStory จึงสร้างรายงานขายที่สามารถแบ่งแยกการวิเคราะห์ช่องทางการขายตาม Platform ต่างๆไว้โดยครบถ้วน แถมคุณยังสามารถระบุอัตราค่า GP ของแต่ละเจ้าเข้าไปได้ด้วย ซึ่งระบบก็จะนำไปคำนวนเพื่อสะท้อนภาพรายได้ที่แท้จริงก่อนและหลังหัก GP ให้คุณด้วย

และนอกจากช่องทาง Delivery แล้ว FoodStory ก็ยังให้คุณวิเคราะห์รายงานการขายรายช่องทางอื่นๆ หรือจะมองตาม Payment Method ก็ได้เช่นกันครับ


10. Dashboard แบบจัดเต็ม

หนึ่งในเหตุผลสำคัญของการใช้ POS ก็เพื่อเก็บข้อมูลการขายให้ได้อย่างแม่นยำและนำไปวิเคราะห์ต่อใช่ไหมล่ะครับ

FoodStory เตรียม Dashboard มาให้คุณได้วิเคราะห์กันอย่างจุใจไปเลย นอกจากจะอ่านง่ายแล้ว ยังให้มุมมองที่น่าสนใจและจำเป็นต่อการทำธุรกิจร้านอาหารจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น การดูเมนูขายดี, ยอดขายต่อ bill, ช่วงเวลาที่ขายดี ดูรายช่องทางการขาย และ สาขาก็ได้

และมีแม้กระท่ังรายงานภาษีขาย ซึ่งเมื่อพูดถึงรายงานด้านภาษีแล้วล่ะก็ FoodStory เองก็เชื่อมต่อกับ Partner ที่เป็นโปรแกรมบัญชีอย่าง FlowAccount และ PEAK ที่กำลังจะตามมาในเร็วๆนี้ ให้คุณได้ทำธุรกิจได้ต่อเนื่องแบบไม่มีสะดุดอีกด้วย


เหมาะกับใคร?


จริงๆต้องพูดว่า ร้านอาหารทุกๆร้านทุกๆประเภทนั้นควรมี POS ไว้ใช้งานเพื่อบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ถึงแม้ว่าแพ็กเกจของ FoodStory นั้น จะสามารถรองรับการใช้งานของร้านตั้งแต่ขนาดเล็กๆได้

  • แต่ Toolscape มองว่าฟีเจอร์หลายๆตัวของ FoodStory ก็เป็นสิ่งที่ร้านอาหารแบบ Full Scale ต้องการ โดยเฉพาะร้านที่มีหลายสาขา และต้องการบริหารวัตถุดิบและโปรโมชั่นการขายให้อยู่หมัด

  • หรือแม้กระทั่งร้านอาหารที่มีโมเดลการให้บริการพิเศษๆ อย่าง บุฟเฟต์ ร้านที่มีระบบ Self-ordering หรือ Online Delivery FoodStory ก็สามารถดูแลได้เช่นกันครับ

แพ็กเกจและราคา

แพ็กเกจของ FoodStory เริ่มต้นที่

  • 15,000 บาทต่อปีสำหรับร้านค้าขนาดเล็กแบบจ่ายก่อนกินอย่าง Food Truck และร้านขนาดเล็กทั่วไป

  • 17,000 บาทต่อปี สำหรับร้านแบบกินก่อนจ่าย ต้องการฟีเจอร์การจัดการโต๊ะ

  • 30,000 บาทต่อปี สำหรับร้านอาหารแบบ Full Service

  • และ 32,000 บาทต่อปี สำหรับร้านอาหารบุฟเฟต์ครับ

✨สิทธิพิเศษสำหรับผู้ติดตาม Toolscape✨

✅ ส่วนลดพิเศษ 2,000 บาทสำหรับซอฟต์แวร์ เมื่อสมัครใช้งานทุกแพ็กเกจเป็นเวลา 1 ปี (โปรนี้ถึง 31 ธันวาคม 2565 เท่านั้น)

(*จำกัดส่วนลด 2,000 บาท ต่อ 1 license / สามารถใช้ส่วนลดได้มากกว่า 1 สิทธิ์ในกรณีที่มีการเปิดหลายสาขา)

✅ อย่าลืมสมัครทดลองใช้งานฟรีได้เลยที่ลิงค์นี้ https://signup.foodstory.co/ref/freetrial

================

อย่าลืมกดกระดิ่งและ Subscribe ช่อง #Toolscape ของเราเพื่อตามอัปเดตแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการบริหารจัดการธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังติดตามเราได้ในช่องทางอื่นๆ ตามนี้เลย

📍Website: https://www.asapproject.co

📍Facebook: https://www.facebook.com/ToolscapebyASAP

📍YouTube: https://www.youtube.com/channel/UCCXC_Mc3DzEfc3kYfzNb1aQ



Tags: