• Thiti Kunajipimol

เปรียบเทียบ ClickUp vs Monday.com ม้วนเดียวจบ

ถ้าพูดถึง Project management tools ทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ ClickUp หรือ Monday.com กันมาบ้างแล้ว หากใครยังไม่เคย ก็สามารถกดดูรีวิวของเราก่อนได้เลย


รีวิว ClickUp

รีวิว Monday.com



ในบล็อคนี้ เราจะมาเปรียบเทียบ ClickUp กับ Monday.com แบบชัดๆ เผื่อใครกำลังตัดสินใจว่าจะใช้ตัวไหน จะได้เลือกได้ถูก โดยเราจะเปรียบเทียบทั้งสองตัวตามแต่ละปัจจัยสำคัญของการเลือกซอฟต์แวร์ประเภท Project Management ดังนี้

  1. UX/UI

  2. Task Management

  3. Views

  4. Process Management

  5. Time Management

  6. Dashboard

  7. Collaboration

  8. Automation

  9. Integration ข้อสรุป

มาดูแต่ละหัวข้อกันเลย


1. UX/UI

​ClickUp

ClickUp จะเน้นเปิดให้เห็นข้อมูลเยอะๆในหน้าเดียวกัน มีการแบ่งหน้าจอเป็นหลาย section และมี Option แอบซ่อนอยู่หลายๆ ที่


หากใครใช้ไม่คล่อง อาจจะงงว่าตรงไหนเป็นตรงไหน อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ก่อนเล็กน้อย

Monday.com จะเน้นความตรงไปตรงมา ส่วนมากเราจะอยู่ในหน้าของ Board ซึ่งลิสรายการงานในรูปแบบของตาราง ไม่ต่างจากการใช้ excel จนเกินไป navigate ง่ายกว่า เริ่มต้นใช้งานได้ง่าย

Verdict: Monday.com ดูคุ้นเคยกว่าสำหรับคนที่อาจจะเพิ่งเริ่มต้นใช้งานเครื่องมือ Project Management


2. Task Management

ClickUp

การจัดการงานของ ClickUp ทำได้ยืดหยุ่นพอๆ กับของ Monday.com

  • แต่จะมีระดับงานให้ใส่เยอะกว่า

  • เมนู navigation ด้านซ้าย ทำให้คลิกเปลี่ยนมุมมองหรืองานในระดับต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกกว่า

  • ที่ชอบมากๆ คือสามารถใส่สีเพื่อแยกกลุ่มงานออกจากกัน เวลามองภาพรวมทำให้เข้าใจง่าย

  • สามารถเปลี่ยนวันที่ due date ของหลายๆ งานทีเดียว แบบที่ไม่ต้องแก้ทีละงาน

  • เปลี่ยนการจัดกลุ่ม หรือ grouping งานได้ตามคอลัมน์สำคัญ

  • มี custom field ที่ใช้ได้หลากหลายชนิดมากแม้ในแพ็กเกจฟรี

  • สามารถ duplicate ทั้งโปรเจ็คไปสร้างเป็นอีกโปรเจ็คหนึ่งได้ เหมาะกับธุรกิจที่มีการรับโปรเจ็คในรูปแบบเดิมซ้ำๆ

ฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้เกิดความสะดวกสบายที่ติดใจได้ง่ายๆ เลยทีเดียว


Monday.com เน้นความง่ายในการใส่รายละเอียดงาน

  • รายละเอียดของแต่ละงานเห็นชัดเลย ในแต่ละคอลัมน์

  • หากต้องการเพิ่มรายละเอียดอย่างอื่น ก็เพิ่มคอลัมน์ได้มากมาย เทียบเท่ากับ Custom field และคอลัมน์เหล่านี้ก็สามารถทำให้สัมพันธ์กันได้

  • สามารถลิงค์งานจากในโปรเจ็คหนึ่งไปยังอีกโปรเจ็คหนึ่งได้ สะดวกต่อการดูงาน

เปรียบเทียบระดับโครงสร้างการบันทึกข้อมูลใน ClickUp vs Monday.com

ClickUp

Space

Workspace

Folder

(มีหน้างานที่รวมเอาทุก List ไว้ด้วยกัน)

Folder

(ไม่มีหน้างาน เป็นเพียง Folder รวม Board เอาไว้ในเมนู)

List

Board (หน้างานหลัก)

Task

Item

Custom fields

Columns

Sub-task

Sub-item

Checklist

-

Verdict: ClickUp มีฟีเจอร์สำหรับการจัดงานที่เยอะกว่า Monday.com แต่สำหรับคนที่ต้องการใช้งานง่ายๆ ตรงไปตรงมา Monday.com ก็ตอบโจทย์


3. Views

ClickUp

ClickUp มีมุมมองของงานที่หลากหลายพอๆ กันกับ Monday.com ถึงแม้จะไม่ได้แสดงผลเหมือนกันทั้งหมด ถ้าดูกันในรายละเอียด ClickUp ดูจะมี View ที่สร้างสรรค์กว่าเล็กน้อย ซึ่งไม่มีใน Monday.com เช่น

  • Mindmap เป็นการแปลงเนื้อหางานจากกในรูปแบบตาราง มาเป็น mindmap เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมองงานเป็นภาพ

  • Whiteboard เหมาะกับการเอาเนื้อหาของงานมาทำให้เหมาะกับการ collaborate กันกับคนในทีม


Monday.com มีมุมมองที่จำเป็นครบถ้วนดี และในแต่ละมุมมองก็ทำออกมาได้มีประโยชน์ ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำ Gantt chart ได้ดี มี Dashboard เป็นอีกหนึ่งมุมมอง ซึ่งทำให้เหมือนมีมุมมองอีกหลายๆ ประเภทในหน้าเดียวกันได้


แต่ติดที่ว่าส่วนใหญ่แล้วต้องอัพเกรดเป็นแพลนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายก่อนจึงจะใช้งานได้


Verdict: ClickUp มีมุมมองให้มากกว่าค่อนข้างมากในแพ็กเกจฟรี สำหรับ Monday.com ก็จะมีมุมมองให้ใช้เพิ่มขึ้นตามแพ็กเกจที่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว


4. Process Management

ClickUp

การกำหนด Status ใน ClickUp นั้นค่อนข้างยืดหยุ่น

  • สามารถตั้ง Status ไว้ในระดับ Space แล้วให้ทุกอย่างใต้นั้นใช้สถานะเดียวกัน

  • หรือจะตั้ง Custom status ในระดับ Folder หรือระดับ List ให้แตกต่างกันไปตามเนื้อหาก็ได้

ส่วนใน Monday.com ในส่วนที่เป็น Task ในหน้า Board จะมีคอลัมน์ Status มาให้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งก็จะมาพร้อมสถานะ default ให้ได้แก่ Working on it, Stuck, Done แต่เราก็เพิ่มเติมสถานะ พร้อมกับใส่สีเพื่อแยกแยะเข้าไปได้ง่ายๆ


สถานะจะมีแค่ในคอลัมน์ตรงนี้ในส่วนของ Item หากมี Sub-item ก็จะใช้สถานะเดียวกันไปเลย

Verdict: หากต้องการบริหารงานที่มีขั้นตอนแตกต่างกันในโปรเจ็คเดียว ClickUp จะรองรับได้ดีกว่าเพราะมีความยืดหยุ่น แต่หากว่าต้องการบริหารทุกงานให้เข้าใจง่ายและตรงกัน เห็นชัดเจนว่าอันไหนทำหรือยังไม่ทำ Monday.com จะทำให้ออกแดชบอร์ดตรงนั้นได้ง่ายกว่า


5. Time Management

ClickUp

ClickUp มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับการจับเวลาทำงาน คือ การทำ Time tracking เพื่อจับเวลาในแต่ละ task ได้ และ Estimated time หรือการตั้งเวลาที่คาดว่าจะต้องใช้ได้ (2 ฟีเจอร์นี้ฟรี) เราสามารถเรียกดูรายงานจากการจับเวลาเหล่านี้ได้ในแดชบอร์ด

(แต่แดชบอร์ดใช้ได้แค่ 100 ครั้งในแพ็กเกจฟรี หลังจากนั้นต้องซื้ออัพเกรดแล้วนะ)

Monday.com ก็มีคอลัมน์ให้เราเพิ่มเข้าในแต่ละ Item เพื่อจับเวลาทำงานอีกเช่นกัน ซึ่งเราสามารถเพิ่มเป็นบันทึกเข้าไปทุกครั้งที่มีการทำงาน และสามารถ export ออกมาเป็น excel แต่ฟีเจอร์นี้จะอยู่ในแพ็กเกจ Pro เป็นต้นไป

Verdict: ทั้งสองแอปพลิเคชันมีฟีเจอร์ในเราจับเวลาทำงานได้อย่างดี แต่เพื่อที่จะใช้ประโยชน์สูงสุด เราต้องเป็นลูกค้าที่ใช้แพ็กเกจจริงจัง


6. Dashboard

ClickUp

ClickUp มีแดชบอร์ดให้ใช้ตั้งแต่แพ็กเกจฟรี และมุมมองที่มีให้ก็ใช้ได้เลย แต่ก็ใช้ได้แค่ 100 ครั้ง หากต้องการใช้อย่างเต็มที่ ต้องใช้แพ็กเกจ Business ขึ้นไป


Monday.com มีแดชบอร์ดให้ใช้ฟรีก็จริง แต่ในแต่ละแดชบอร์ดจะแสดงผลจากงานในบอร์ดเดียว หรือ โปรเจ็คเดียวเท่ากัน ถ้าต้องการรวมงานจากหลายๆ บอร์ดหรือโปรเจ็ค และต้องการมุมมองที่มีประโยชน์จริงๆ ต้องเริ่มใช้ตั้งแต่แพ็กเกจ Pro เป็นต้นไป

Verdict: แดชบอร์ดของทั้งคู่ มี Widget ให้เราเอามาวางแบบ Drag and Drop ได้หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพรวมของโปรเจ็คต่างๆ การดูความคืบหน้าของงานเฉพาะที่เราดูแลในรูปแบบของชาร์ต/กราฟ ดูตัวเลขสำคัญๆโดยเราตั้งวิธีคำนวณเองได้ ดู workload ของคนในทีม หรือเอาแอปพลิเคชันข้างนอกเข้ามาแปะก็ยังได้


7. Collaboration

ClickUp

ClickUp มีวิธีให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างมากมาย ได้แก่

  • Email งานส่งออกไปข้างนอก ClickUp

  • Chat กับทีมงานในแต่ละ task โดยการ @mention ได้ใน Comment และ assign งานให้ทีมงานได้

  • หากเราอัพโหลดภาพหรือ PDF สามารถ mark จุดที่ต้องการคอมเม้นต์เพื่อแก้ไขได้

Monday.com ก็มี collaboration tool ที่ใช้งานง่าย ได้แก่

  • การ Comment กับทีมงานในแต่ละ item โดยการ @mention ได้ (ได้ทั้งรายคน และรายทีม) ซึ่งก็จะมี notification ขึ้นมาเพื่ออัพเดทคนที่เกี่ยวข้อง

Verdict: ClickUp มีวิธี collaboration มากกว่า Monday.com แต่ฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง chat/comment เหมือนกัน


8. Automation

ClickUp

ClickUp มี automation ให้เลือกมากมายกว่า 100 วิธี โดยแบ่งแยกเป็นประเภทเอาไว้ให้ตามแต่ละช่องข้อมูลหรือ field สำคัญ นอกจากนั้น ยังครอบคลุมการทำ automation กับแอปพลิเคชันด้านนอกอีกเล็กน้อยด้วย


หากที่ ClickUp มีให้ไม่พอ เราสามารถทำ automation แบบ “custom” ตามกรณีของเราเองได้ด้วย


จำนวนของ automation จะเปลี่ยนไปแล้วแต่แพ็กเกจที่เลือก และสามารถซื้อเพิ่มเติมได้ เริ่มใช้เบาๆ ได้ตั้งแต่แพ็กเกจฟรี วิธีสร้างอยู่ในรูปแบบ When > Then หรือเมื่อ…​ให้เกิด…. ซึ่งก็เข้าใจได้ง่าย


Monday.com ก็มี automation ให้เลือกเยอะมากพอๆ กับ ClickUp และมีการแยกแบ่งตามประเภทเหมือนกัน สามารถทำ custom automation ขึ้นมาเองได้เช่นกัน แต่อาจจะไม่ได้ทำร่วมกับแอปภายนอก


หากต้องการใช้ Automation ทั้งหมดไม่มีอยู่ในแพ็กเกจฟรี วิธีสร้างง่ายมากๆ เพราะอยู่ในรูปแบบของประโยค If, then เชิงเงื่อนไขแล้วเติมคำลงในช่องว่างเอา

Verdict: ทั้ง ClickUp และ Monday.com ทำได้ดีมากทั้งคู่ในเรื่องนี้


9. Integration

ClickUp

ClickUp เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันมากกว่า 1000 ตัว แต่หากต้องการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ให้เริ่มใช้ที่แพ็กเกจ $5 ขึ้นไป ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเป็นการเชื่อมต่อผ่าน third-party อย่าง Zapier หรือ Integromat

Monday เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันได้มากพอๆ กัน แต่ก็ไม่มีในแพ็กเกจฟรี ข้อดีคือมีการแบ่งประเภทของแอปพลิเคชันที่เชื่อมเอาไว้ให้ และมีแนะนำ use case หรือกรณีเอาไว้ให้ด้วย


Verdict: ทั้ง ClickUp และ Monday.com ทำ integration ได้อย่างยืดหยุ่น และเตรียมเอาไว้ดีมากพอๆ กัน Monday.com อาจจะละเอียดในเชิงว่ามีกรณีให้เลือกได้ด้วย ส่วน ClickUp ก็ยังเปิดโอกาสให้คนใช้แพ็กเกจฟรีมีทางเชื่อมต่อผ่าน third-party


ข้อสรุป


มาดูสรุปการเปรียบเทียบระหว่าง ClickUp กับ Monday.com กันอีกทีในแต่ละหัวข้อที่เราพูดถึงไปข้างต้น

หัวข้อ

ClickUp

สรุป

Task Management

มี 6 ระดับ (ไม่นับ custom field)

มี 5 ระดับ (ไม่นับ column)

​ClickUp ละเอียดกว่า

Views

ใช้ได้มากกว่าในแพ็กเกจฟรี

ต้องใช้ Paid plan เพื่อเข้าถึงหลาย View

ClickUp ให้ใช้เยอะกว่าในแพ็กเกจฟรี

Process Management

ยืดหยุ่น และปรับแต่งได้มากกว่าในแต่ละโปรเจ็ค

ยืดหยุ่นน้อยกว่าเล็กน้อย

พอกัน แต่ถ้าต้อง customize เยอะๆ ก็เหมาะกับ ClickUp

Time Management

จับเวลาได้ + เปรียบเทียบเวลาที่คาดว่าจะใช้ในแต่ละงาน

จับเวลาได้

พอกัน แต่ ClickUp มี add-on ให้เยอะกว่าเล็กน้อย

Dashboard

ต้องใช้แพลน Business ขึ้นไป

ต้องใช้แพลน Pro ขึ้นไป

เทียบกัน ClickUp ถูกกว่าเล็กน้อย

Collaboration

แชท/คอมเม้น + Proof เอกสาร + อีเมล

แชท/คอมเม้นรายคน รายทีม

พอกันในฟีเจอร์พื้นฐาน

Automation

ทำไว้ให้เลือกตามกรณี

ทำไว้ให้เลือกตามกรณี ถือเป็นจุดเด่น

พอกัน แล้วแต่ความถนัดในการใช้งานของแต่ละคน

Integration

ใช้ได้ในแพ็กเกจฟรี ผ่าน third-party

ใช้ได้ในแพ็กเกจ Standard เป็นต้นไป

พอกัน แต่เริ่มใช้ได้ถูกกว่าใน ClickUp

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับการเปรียบเทียบคู่ ClickUp กับ Monday.com จะเห็นว่าทั้งคู่ทำได้ดีพอๆ กันในหลายๆ เรื่อง แต่ ClickUp อาจจะดูได้เปรียบเทียบ หากมองในมุมของราคาแพ็กเกจเทียบกับฟีเจอร์ แต่หากใครต้องการความ simple ตรงไปตรงมาในการใช้งาน Monday.com ก็ตอบโจทย์


ลองเปรียบเทียบด้วยตนเองได้เลย โดยการทดลองใช้วันนี้!

ClickUp > https://clickup.com/?fp_ref=jan81

Monday.com > https://mondaycom.grsm.io/wtcxmujnhi1i


ใครเคยใช้แล้วมีคอมเม้นต์หรือความคิดเห็นยังไง มาแชร์กันได้เลย แล้วติดตามเครื่องมือใหม่ๆ ที่เราจะรีวิวได้ที่บล็อกของเรา หรือรายการ Toolscape by ASAP Project ใน Youtube, Facebook, และ Blockdit


#monday #clickup #projectmanagement #softwarereview