ระบบบริหารลูกค้าและทีมขาย กับ Venio CRM

ถ้าคุณเคยประสบปัญหากับการบริหารจัดการลูกค้าที่เยอะขึ้นทุกวันๆ จน Excel ก็เอาไม่อยู่แถมเสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาดเพราะเป็นระบบอัตโนมือ หรือฝันร้ายที่ผู้ประกอบการหลายๆ ท่านอาจจะเคยเผชิญเมื่อพนักงานขายลาออกแล้วจากไปพร้อมข้อมูลลูกค้าที่อยู่ในมือทั้งหมด CRM หรือ Customer Relationship Management Software น่าจะเป็นคำตอบที่ใช่ของคุณที่จะช่วยติดตามกิจกรรมและความคืบหน้าระหว่างทีมขาย และ ลูกค้าต่างๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต

ในบทความนี้ ASAP Project จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Venio หนึ่งใน CRM ที่มีแนวคิดการทำงานบนพื้นฐานของการใช้ Smartphone และเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานของพนักงานขายชาวไทยได้เป็นอย่างดี


Venioเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปสัญชาติไทย ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนแนวคิด

3 ส่วนหลักๆ คือ

1. การบริหารจัดการทีมขาย

2. การบริหารจัดการลูกค้า

3. ความง่ายพร้อมความสะดวกสบายในการใช้งาน


ดังนั้น ASAP Project จึงไม่แปลกใจที่ Venio จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบน Smartphone ทั้ง iOS และ Android เพื่อให้พนักงานขายที่ต้องเดินทางไปพบลูกค้า ในที่ต่างๆสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก พร้อมทั้งลักษณะการใช้งานที่ถูกออกแบบให้คล้ายกับ วิธีการใช้งานบน Appication ต่างๆ ที่เราคุ้นชินกันอยู่แล้ว เช่น การ Tag เพื่อนร่วมงานในกิจกรรมนัดเยี่ยมลูกค้า การพิมพ์คอมเมนต์ โต้ตอบที่คล้ายกับการใช้ Social media ทั่วไป เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกเป็นอุปสรรคน้อยที่สุด


ตัวระบบเองมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะปรับ และตั้งค่าการใช้งาน ให้เข้ากับนโยบายพื้นฐานขององค์กรต่างๆ โดยฐานข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บน Cloud ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อัพเดทที่สุดได้เสมอ


และเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจของคุณ ASAP Project ได้สรุป Feature ที่เป็นไฮไลท์มาให้ 10 ข้อพร้อมทั้ง ข้อดี ข้อเสีย มาทางด้านล่างนี้แล้ว

1) ช่วยจัดเก็บข้อมูลของผู้สนใจ (Lead) และทุกๆ กิจกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มติดต่อกัน จนสามารถปิดการขาย และกลายมาเป็นลูกค้าของบริษัท


(Lead)

(Deal Pipeline)


2) สร้างแผนงานการเข้าพบลูกค้า พร้อมระบุรายละเอียด สามารถ tag เพื่อร่วมงาน หรือ มอบหมายงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดวัน เวลา และสถานที่ต่างๆได้ พร้อมแจ้งเตือน


3) มีระบบอนุมัติก่อนลงตารางงาน


4) รองรับการ Check-in / Check-out ผ่าน GPS เพื่อยืนยันการเข้าพบลูกค้า หรือ ปฏิบัติงานต่างๆ โดยจะไม่สามารถเลื่อนหมุด หรือตำแหน่งที่บันทึกได้


5) สามารถแนบไฟล์ต่างๆ ได้โดยตรงจาก Smartphone


6) ใช้งานได้บน Smartphone แบบ Mobile Native Application ทั้งบนระบบ iOS และ Android


7) สร้าง ติดตาม และปิดดีล โดยกำหนดเป้ายอดขายรายบุคคลและ/หรือทีมก็ได้


8) ส่งคำขอการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ได้สำรองออกไปก่อนพร้อมระบบอนุมัติ


9) มีโมดูล Case Management เพื่อรองรับกรณีหลังการขายต่างๆ


10) UX/UI ที่สวยงามน่าใช้งานมากๆ


ข้อดี

  • เป็น CRM ที่สร้างบนพื้นฐานของการใช้งาน Smartphone จึงเหมาะกับทีมขายที่ต้องเดินทางนอกสถานที่บ่อยๆ

  • ออกแบบ ให้ใช้งานง่าย และ เข้ากับจริตการใช้งานของคนไทย มีหน้าตาที่สวยงามน่าใช้งาน

  • มี Features พื้นฐานต่างๆค่อนข้างครบถ้วน เพียงพอต่อธุรกิจทั่วไปในเชิง B2C

  • คิดค่าบริการแบบ Subscription ต่อผู้ใช้งาน ทำให้เป็นผลดีต่อการค่อยๆ ขยายการลงทุน

  • มี Open API สามารถพัฒนาดึงข้อมูลไปใช้งานได้


ข้อด้อย

  • หากต้องการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเชิงลึกต่างๆ ในระบบจะต้องแจ้งผู้ให้บริการให้ทำการ Customise เท่านั้น

  • การตั้งค่าเชิงลึกต่างๆ ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างไม่สามารถรองรับ นโยบายที่ซับซ้อนมากๆ ได้

  • รายงานยังไม่สามารถทำได้ละเอียดมาก และยังสร้างรายงานด้วยตนเองไม่ได้ (Self-customised Report)

  • อาจจะยังไม่เหมาะกับธุรกิจ B2B ที่มีความต้องการในการสร้างช่องข้อมูลเฉพาะธุรกิจมากๆ และต้องการ Automation ในหลายๆ ขั้นตอน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ Review ที่ ASAP Project สรุปมาฝากกัน


เชื่อว่าหลายๆ คนคงสนใจอยากจะลองใช้ดูแล้วใช่ไหม คุณสามารถติดต่อผู้ให้บริการได้เลย ที่นี่


สุดท้ายนี้อย่าลืมเปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่นๆ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณจะได้พบกับซอฟต์แวร์ที่ใช่ และเหมาะกับธุรกิจของคุณที่สุดครับ


Image Credit: From Venio CRM team